preloading
latest news latest news
Articles of Association

ข้อบังคับของบริษัท

img name
img name

หมวดที่ 2

หุ้นและการออกหุ้น

                ข้อ 4.       หุ้นของบริษัทเป็นหุ้นสามัญชนิดระบุชื่อผู้ที่ถือหุ้นมีมูลค่าเท่าๆกัน และหุ้นทุกหุ้นของบริษัทต้องใช้เงินครั้งเดียวจนเต็มมูลค่า และ/หรือ เป็นหุ้นที่ชำระค่าหุ้นด้วยทรัพย์สินอื่นนอกจากตัวเงินหรือให้ใช้ลิขสิทธิ์ในงานวรรณกรรม ศิลปะ หรือวิทยาศาสตร์ สิทธิบัตร เครื่องหมายการค้า แบบหรือหุ่นจำลอง แผนผัง สูตร หรือ กรรมวิธีลับใดๆ หรือให้ใช้ข้อสนเทศเกี่ยวกับประสบการณ์ทางอุตสาหกรรมการพาณิชย์หรือวิทยาศาสตร์

                ข้อ 5.       บริษัทอาจออกหุ้นสามัญ หุ้นบุริมสิทธิ์ หุ้นกู้ หุ้นกู้แปลงสภาพ หุ้นบุริมสิทธิแปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญ หรือใบสำคัญแสดงสิทธิรวมทั้งหลักทรัพย์อื่นๆ ใดตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจำกัด และกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เสนอขายแก่ประชาชนได้

                ข้อ 6.       ในการชำระค่าหุ้น ผู้จองหุ้นหรือผู้ซื้อหุ้นจะขอหักกลบลบหนี้กับบริษัทไม่ได้ ทั้งนี้ เว้นแต่ในกรณีที่บริษัทปรับโครงสร้างหนี้โดยการออกหุ้นใหม่เพื่อชำระหนี้แก่เจ้าหนี้ตามโครงการแปลงหนี้เป็นทุน โดยมติของที่ประชุมผู้ถือหุ้นด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้น ซึ่งมาประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน

การออกหุ้นเพื่อชำระหนี้และโครงการแปลงหนี้เป็นทุนตามวรรคก่อนให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง

                ข้อ 7.       ถ้าบุคคลตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปจองหุ้นหรือถือหุ้นหุ้นเดียวหรือหลายหุ้นร่วมกัน บุคคลเหล่านั้นต้องรับผิดชอบร่วมกันในการส่งเงินค่าหุ้นและเงินที่สูงกว่ามูลค่าหุ้นและต้องแต่งตั้งให้บุคคลในจำนวนนั้นแต่เพียงคนเดียวเป็นผู้ใช้สิทธิในฐานะเป็นผู้จองหุ้นหรือผู้ถือหุ้นแล้วแต่กรณี ทั้งนี้โดยต้องทำหลักฐานเป็นหนังสือมอบให้แก่บริษัทหรือนายทะเบียนหุ้น ในกรณีที่ไม่ปรากฏการแต่งตั้งดังกล่าวโดยชัดแจ้งให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า บุคคลซึ่งมีชื่ออยู่ในใบจองหุ้น หรือใบหุ้นในลำดับแรกเป็นผู้ที่ได้รับแต่งตั้งจากผู้จองหุ้น หรือผู้ถือหุ้นให้สิทธิผู้ใช้สิทธิดังกล่าวแต่ผู้เดียว

                ข้อ 8.       ใบหุ้นของบริษัทเป็นชนิดระบุชื่อผู้ถือหุ้น และใบหุ้นทุกใบจะต้องมีกรรมการลงหรือพิมพ์ลายมือชื่อไว้อย่างน้อย 1 คน แต่ทั้งนี้บริษัทอาจมอบหมายให้นายทะเบียนหุ้นตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ลงหรือพิมพ์ลายมือชื่อแทนก็ได้ ซึ่งการลงลายมือชื่อหรือพิมพ์ดังกล่าวนั้นให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

                ข้อ 9.       บริษัทอาจแต่งตั้งบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลหรือตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยทำหน้าที่เป็นนายทะเบียนหุ้นก็ได้ ในกรณีที่บริษัทมอบหมายให้บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นนายทะเบียนหุ้นของบริษัท วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับงานทะเบียนหุ้นของบริษัทให้เป็นไปตามที่นายทะเบียนหุ้นกำหนด

                ข้อ 10.     บริษัทจะออกใบหุ้นให้แก่ผู้ถือหุ้นภายใน 2 เดือน นับแต่วันที่นายทะเบียนรับจดทะเบียนบริษัท หรือ ------นับแต่วันที่------ ได้รับชำระเงินค่าหุ้นครบถ้วนในกรณีที่บริษัทจำหน่ายหุ้น----- ที่ออกใหม่ภายหลังจดทะเบียนบริษัท

                ข้อ 11.     ใบหุ้นฉบับใดลบเลือน หรือชำรุดในสาระสำคัญ ผู้ถือหุ้นอาจขอให้บริษัทออกใบหุ้นใหม่ให้แก่ผู้ถือหุ้นโดยเวนคืนใบหุ้นเดิมให้แก่บริษัท ในกรณีนี้ให้บริษัทออกใบหุ้นให้แก่ผู้ถือหุ้นใหม่ภายใน 14 วันนับแต่วันได้รับคำขอ และเมื่อบริษัทได้ออกใบหุ้นฉบับใหม่ให้แทนแล้ว ให้ถือว่าใบหุ้นฉบับเดิมเป็นอันยกเลิก

                                ในกรณีที่ใบหุ้นสูญหายหรือถูกทำลาย ผู้ถือหุ้นจะต้องนำหลักฐานการแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนหรือหลักฐานอื่นเพื่อยืนยันข้อเท็จจริงที่จำเป็นตามสมควรมาแสดงแก่บริษัท ในกรณีนี้ให้บริษัทออกใบหุ้นใหม่ให้แก่ผู้ถือหุ้นภายใน 14 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำขอและผู้ถือหุ้นได้แสดงหลักฐาน ดังกล่าวข้องต้นต่อบริษัท และเมื่อบริษัทได้ออกใบหุ้นฉบับใหม่ให้แทนแล้ว ให้ถือว่าใบหุ้นฉบับเดิมเป็นอันยกเลิก

                ข้อ 12.     ในกรณีที่ผู้ถือหุ้นตายหรือล้มละลาย ถ้าบุคคลผู้มีสิทธิในหุ้นนั้นนำใบหุ้นมาเวนคืนพร้อมกับหลักฐานที่ชอบด้วยกฎหมายมาแสดงแก่บริษัทครบถ้วนแล้ว บริษัทจึงจะลงทะเบียนเป็นผู้ถือหุ้น และออกใบหุ้นใหม่ให้ภายใน 1 เดือน นับแต่วันที่ได้หลักฐานครบถ้วนแล้ว

                ข้อ 13.     ห้ามมิให้บริษัทเป็นเจ้าของหุ้น หรือรับจำนำหุ้นที่ออกโดยบริษัท ทั้งนี้ เว้นแต่ในกรณีดังต่อไปนี้

                                (1)           บริษัทอาจซื้อหุ้นคืนจากผู้ถือหุ้นที่ออกเสียงไม่เห็นด้วยกับมติของที่ประชุมผู้ถือหุ้น ซึ่งแก้ไขข้อบังคับของบริษัทเกี่ยวกับสิทธิในการออกเสียงลงคะแนนและสิทธิในการรับเงินปันผล เนื่องจากผู้ถือหุ้นที่ออกเสียงไม่เห็นด้วยและเห็นว่าตนไม่ได้รับความเป็นธรรม

                                (2)           บริษัทอาจซื้อหุ้นคืนเพื่อวัตถุประสงค์ในการบริหารทางการเงิน ในกรณีที่บริษัทมีกำไรสะสมและสภาพคล่องส่วนเกิน และการซื้อหุ้นคืนนั้นไม่เป็นเหตุให้บริษัทประสบปัญหาทางการเงิน

                                หุ้นที่บริษัทซื้อคืนจากผู้ถือหุ้นและถืออยู่นั้นจะไม่นับเป็นองค์ประชุมในการประชุมผู้ถือหุ้น รวมทั้งไม่มีสิทธิในการออกเสียงลงคะแนนและสิทธิในการรับเงินปันผล

                                บริษัทจะต้องจำหน่ายหุ้นที่บริษัทซื้อคืนตามวรรคก่อนภายในเวลาที่กำหนดในโครงการซื้อหุ้นคืนที่บริษัทกำหนด ทั้งนี้ ในกรณีที่บริษัทไม่สามารถจำหน่ายหุ้นที่บริษัทซื้อคืนได้หมดภายในระยะเวลาที่กำหนด บริษัทต้องดำเนินการลดทุนที่ชำระแล้วโดยวิธีตัดหุ้นจดทะเบียนส่วนที่จำหน่ายไม่ได้

                                การซื้อหุ้นคืนและการจำหน่ายหุ้น รวมทั้งการตัดหุ้นจดทะเบียน ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง

                                การซื้อหุ้นคืนไม่เกินร้อยละ (10) ของทุนชำระแล้ว ให้เป็นอำนาจของคณะกรรมการบริษัทในการพิจารณาอนุมัติ ทั้งนี้ ในกรณีที่จำนวนหุ้นที่ซื้อคืนมีจำนวนเกินกว่าร้อยละสิบ ของทุนชำระแล้วบริษัทจะต้องได้รับมติของที่ประชุมผู้ถือหุ้นด้วยเสียงข้างมากของผู้ถือหุ้นซึ่งมาประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน และบริษัทจะทำการซื้อหุ้นคืนภายใน (1) ปี นับแต่วันที่ได้รับมติของประชุมผู้ถือหุ้น

                ข้อ 14.     ในกรณีที่บริษัทออกหุ้นบุริมสิทธิ การแปลงหุ้นบุริมสิทธิเป็นหุ้นสามัญนั้น กระทำได้โดยให้ผู้ถือหุ้นที่ประสงค์จะแปลงหุ้นดังกล่าวยื่นคำขอแปลงหุ้นดังกล่าวตามแบบที่บริษัทกำหนดพร้อมส่งมอบในหุ้นที่เกี่ยวข้องคืน

                                การแปลงหุ้นตามวรรคแรกให้มีผลนับแต่วันยื่นคำขอ และในการนี้ให้บริษัทออกใบหุ้นใหม่ให้แก่ผู้ขอภายใน 14 วัน นับแต่วันได้รับคำขอ

                ข้อ 15.     บริษัทอาจเรียกค่าธรรมเนียมในการออกใบหุ้นใหม่แทนใบหุ้นที่สูญหาย ลบเลือน หรือชำรุด หรืออาจเรียกค่าธรรมเนียมในการที่ผู้ถือหุ้นขอคัดสำเนาทะเบียนผู้ถือหุ้น ไม่ว่าทั้งหมดหรือแต่บางส่วน พร้อมคำรับรองสำเนาถูกต้องจากบริษัทได้ตามอัตราที่กฎหมายกำหนด

ข้อบังคับของบริษัท

ข้อบังคับ

ของ

บริษัท เชอร์วู้ด คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

 

หมวดที่ 1

บททั่วไป

                ข้อ 1.       ข้อบังคับนี้เรียกว่า ข้อบังคับของบริษัท เชอร์วู้ด คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

                ข้อ 2.       คำว่า “บริษัทที่ใช้ในข้อบังคับนี้ ให้หมายถึง บริษัท เชอร์วู้ด คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)และมีชื่อภาษาอังกฤษว่า SHERWOOD CORPORATION (THAILAND) PUBLIC COMPANY LIMITED

                ข้อ 3.       ข้อความอื่นที่มิได้กล่าวไว้ในข้อบังคับนี้ ให้ถือและบังคับตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจำกัดและกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

หมวดที่ 2

หุ้นและการออกหุ้น

                ข้อ 4.       หุ้นของบริษัทเป็นหุ้นสามัญชนิดระบุชื่อผู้ที่ถือหุ้นมีมูลค่าเท่าๆกัน และหุ้นทุกหุ้นของบริษัทต้องใช้เงินครั้งเดียวจนเต็มมูลค่า และ/หรือ เป็นหุ้นที่ชำระค่าหุ้นด้วยทรัพย์สินอื่นนอกจากตัวเงินหรือให้ใช้ลิขสิทธิ์ในงานวรรณกรรม ศิลปะ หรือวิทยาศาสตร์ สิทธิบัตร เครื่องหมายการค้า แบบหรือหุ่นจำลอง แผนผัง สูตร หรือ กรรมวิธีลับใดๆ หรือให้ใช้ข้อสนเทศเกี่ยวกับประสบการณ์ทางอุตสาหกรรมการพาณิชย์หรือวิทยาศาสตร์

                ข้อ 5.       บริษัทอาจออกหุ้นสามัญ หุ้นบุริมสิทธิ์ หุ้นกู้ หุ้นกู้แปลงสภาพ หุ้นบุริมสิทธิแปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญ หรือใบสำคัญแสดงสิทธิรวมทั้งหลักทรัพย์อื่นๆ ใดตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจำกัด และกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เสนอขายแก่ประชาชนได้

                ข้อ 6.       ในการชำระค่าหุ้น ผู้จองหุ้นหรือผู้ซื้อหุ้นจะขอหักกลบลบหนี้กับบริษัทไม่ได้ ทั้งนี้ เว้นแต่ในกรณีที่บริษัทปรับโครงสร้างหนี้โดยการออกหุ้นใหม่เพื่อชำระหนี้แก่เจ้าหนี้ตามโครงการแปลงหนี้เป็นทุน โดยมติของที่ประชุมผู้ถือหุ้นด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้น ซึ่งมาประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน

การออกหุ้นเพื่อชำระหนี้และโครงการแปลงหนี้เป็นทุนตามวรรคก่อนให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง

                ข้อ 7.       ถ้าบุคคลตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปจองหุ้นหรือถือหุ้นหุ้นเดียวหรือหลายหุ้นร่วมกัน บุคคลเหล่านั้นต้องรับผิดชอบร่วมกันในการส่งเงินค่าหุ้นและเงินที่สูงกว่ามูลค่าหุ้นและต้องแต่งตั้งให้บุคคลในจำนวนนั้นแต่เพียงคนเดียวเป็นผู้ใช้สิทธิในฐานะเป็นผู้จองหุ้นหรือผู้ถือหุ้นแล้วแต่กรณี ทั้งนี้โดยต้องทำหลักฐานเป็นหนังสือมอบให้แก่บริษัทหรือนายทะเบียนหุ้น ในกรณีที่ไม่ปรากฏการแต่งตั้งดังกล่าวโดยชัดแจ้งให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า บุคคลซึ่งมีชื่ออยู่ในใบจองหุ้น หรือใบหุ้นในลำดับแรกเป็นผู้ที่ได้รับแต่งตั้งจากผู้จองหุ้น หรือผู้ถือหุ้นให้สิทธิผู้ใช้สิทธิดังกล่าวแต่ผู้เดียว

                ข้อ 8.       ใบหุ้นของบริษัทเป็นชนิดระบุชื่อผู้ถือหุ้น และใบหุ้นทุกใบจะต้องมีกรรมการลงหรือพิมพ์ลายมือชื่อไว้อย่างน้อย 1 คน แต่ทั้งนี้บริษัทอาจมอบหมายให้นายทะเบียนหุ้นตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ลงหรือพิมพ์ลายมือชื่อแทนก็ได้ ซึ่งการลงลายมือชื่อหรือพิมพ์ดังกล่าวนั้นให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

                ข้อ 9.       บริษัทอาจแต่งตั้งบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลหรือตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยทำหน้าที่เป็นนายทะเบียนหุ้นก็ได้ ในกรณีที่บริษัทมอบหมายให้บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นนายทะเบียนหุ้นของบริษัท วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับงานทะเบียนหุ้นของบริษัทให้เป็นไปตามที่นายทะเบียนหุ้นกำหนด

                ข้อ 10.     บริษัทจะออกใบหุ้นให้แก่ผู้ถือหุ้นภายใน 2 เดือน นับแต่วันที่นายทะเบียนรับจดทะเบียนบริษัท หรือ ------นับแต่วันที่------ ได้รับชำระเงินค่าหุ้นครบถ้วนในกรณีที่บริษัทจำหน่ายหุ้น----- ที่ออกใหม่ภายหลังจดทะเบียนบริษัท

                ข้อ 11.     ใบหุ้นฉบับใดลบเลือน หรือชำรุดในสาระสำคัญ ผู้ถือหุ้นอาจขอให้บริษัทออกใบหุ้นใหม่ให้แก่ผู้ถือหุ้นโดยเวนคืนใบหุ้นเดิมให้แก่บริษัท ในกรณีนี้ให้บริษัทออกใบหุ้นให้แก่ผู้ถือหุ้นใหม่ภายใน 14 วันนับแต่วันได้รับคำขอ และเมื่อบริษัทได้ออกใบหุ้นฉบับใหม่ให้แทนแล้ว ให้ถือว่าใบหุ้นฉบับเดิมเป็นอันยกเลิก

                                ในกรณีที่ใบหุ้นสูญหายหรือถูกทำลาย ผู้ถือหุ้นจะต้องนำหลักฐานการแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนหรือหลักฐานอื่นเพื่อยืนยันข้อเท็จจริงที่จำเป็นตามสมควรมาแสดงแก่บริษัท ในกรณีนี้ให้บริษัทออกใบหุ้นใหม่ให้แก่ผู้ถือหุ้นภายใน 14 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำขอและผู้ถือหุ้นได้แสดงหลักฐาน ดังกล่าวข้องต้นต่อบริษัท และเมื่อบริษัทได้ออกใบหุ้นฉบับใหม่ให้แทนแล้ว ให้ถือว่าใบหุ้นฉบับเดิมเป็นอันยกเลิก

                ข้อ 12.     ในกรณีที่ผู้ถือหุ้นตายหรือล้มละลาย ถ้าบุคคลผู้มีสิทธิในหุ้นนั้นนำใบหุ้นมาเวนคืนพร้อมกับหลักฐานที่ชอบด้วยกฎหมายมาแสดงแก่บริษัทครบถ้วนแล้ว บริษัทจึงจะลงทะเบียนเป็นผู้ถือหุ้น และออกใบหุ้นใหม่ให้ภายใน 1 เดือน นับแต่วันที่ได้หลักฐานครบถ้วนแล้ว

                ข้อ 13.     ห้ามมิให้บริษัทเป็นเจ้าของหุ้น หรือรับจำนำหุ้นที่ออกโดยบริษัท ทั้งนี้ เว้นแต่ในกรณีดังต่อไปนี้

                                (1)           บริษัทอาจซื้อหุ้นคืนจากผู้ถือหุ้นที่ออกเสียงไม่เห็นด้วยกับมติของที่ประชุมผู้ถือหุ้น ซึ่งแก้ไขข้อบังคับของบริษัทเกี่ยวกับสิทธิในการออกเสียงลงคะแนนและสิทธิในการรับเงินปันผล เนื่องจากผู้ถือหุ้นที่ออกเสียงไม่เห็นด้วยและเห็นว่าตนไม่ได้รับความเป็นธรรม

                                (2)           บริษัทอาจซื้อหุ้นคืนเพื่อวัตถุประสงค์ในการบริหารทางการเงิน ในกรณีที่บริษัทมีกำไรสะสมและสภาพคล่องส่วนเกิน และการซื้อหุ้นคืนนั้นไม่เป็นเหตุให้บริษัทประสบปัญหาทางการเงิน

                                หุ้นที่บริษัทซื้อคืนจากผู้ถือหุ้นและถืออยู่นั้นจะไม่นับเป็นองค์ประชุมในการประชุมผู้ถือหุ้น รวมทั้งไม่มีสิทธิในการออกเสียงลงคะแนนและสิทธิในการรับเงินปันผล

                                บริษัทจะต้องจำหน่ายหุ้นที่บริษัทซื้อคืนตามวรรคก่อนภายในเวลาที่กำหนดในโครงการซื้อหุ้นคืนที่บริษัทกำหนด ทั้งนี้ ในกรณีที่บริษัทไม่สามารถจำหน่ายหุ้นที่บริษัทซื้อคืนได้หมดภายในระยะเวลาที่กำหนด บริษัทต้องดำเนินการลดทุนที่ชำระแล้วโดยวิธีตัดหุ้นจดทะเบียนส่วนที่จำหน่ายไม่ได้

                                การซื้อหุ้นคืนและการจำหน่ายหุ้น รวมทั้งการตัดหุ้นจดทะเบียน ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง

                                การซื้อหุ้นคืนไม่เกินร้อยละ (10) ของทุนชำระแล้ว ให้เป็นอำนาจของคณะกรรมการบริษัทในการพิจารณาอนุมัติ ทั้งนี้ ในกรณีที่จำนวนหุ้นที่ซื้อคืนมีจำนวนเกินกว่าร้อยละสิบ ของทุนชำระแล้วบริษัทจะต้องได้รับมติของที่ประชุมผู้ถือหุ้นด้วยเสียงข้างมากของผู้ถือหุ้นซึ่งมาประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน และบริษัทจะทำการซื้อหุ้นคืนภายใน (1) ปี นับแต่วันที่ได้รับมติของประชุมผู้ถือหุ้น

                ข้อ 14.     ในกรณีที่บริษัทออกหุ้นบุริมสิทธิ การแปลงหุ้นบุริมสิทธิเป็นหุ้นสามัญนั้น กระทำได้โดยให้ผู้ถือหุ้นที่ประสงค์จะแปลงหุ้นดังกล่าวยื่นคำขอแปลงหุ้นดังกล่าวตามแบบที่บริษัทกำหนดพร้อมส่งมอบในหุ้นที่เกี่ยวข้องคืน

                                การแปลงหุ้นตามวรรคแรกให้มีผลนับแต่วันยื่นคำขอ และในการนี้ให้บริษัทออกใบหุ้นใหม่ให้แก่ผู้ขอภายใน 14 วัน นับแต่วันได้รับคำขอ

                ข้อ 15.     บริษัทอาจเรียกค่าธรรมเนียมในการออกใบหุ้นใหม่แทนใบหุ้นที่สูญหาย ลบเลือน หรือชำรุด หรืออาจเรียกค่าธรรมเนียมในการที่ผู้ถือหุ้นขอคัดสำเนาทะเบียนผู้ถือหุ้น ไม่ว่าทั้งหมดหรือแต่บางส่วน พร้อมคำรับรองสำเนาถูกต้องจากบริษัทได้ตามอัตราที่กฎหมายกำหนด

หมวดที่ 3

การโอนหุ้น

                ข้อ 16.     หุ้นของบริษัทสามารถโอนได้โดยไม่มีข้อจำกัด เว้นแต่ การโอนหุ้นนั้นเป็นเหตุให้มีคนต่างด้าวถือหุ้นในบริษัทเกินกว่าร้อยละ 49 ของหุ้นที่ออกและจำหน่ายแล้วทั้งหมด

                ข้อ 17.     การโอนหุ้นย่อมสมบูรณ์เมื่อผู้โอนได้สลักหลังใบหุ้น โดยระบุชื่อผู้รับโอนและลงลายมือชื่อของผู้โอนกับผู้รับโอน และส่งมอบใบหุ้นให้แก่ผู้รับโอน

                                การโอนหุ้นจะใช้ยันบริษัทได้ต่อเมื่อบริษัทได้รับคำร้องขอให้ลงทะเบียนการโอนหุ้นแล้วและจะใช้ยันบุคคลภายนอกได้เมื่อบริษัทได้ลงทะเบียนการโอนหุ้นแล้ว

                                เมื่อบริษัทได้รับคำร้องขอให้ลงทะเบียนโอนหุ้นแล้วหากบริษัทเห็นว่าการโอนหุ้นนั้นถูกต้องตามกฎหมาย ให้บริษัทลงทะเบียนโอนหุ้นภายใน 14 วันนับแต่วันที่ได้รับคำร้องขอหรือหากเห็นว่าการโอนหุ้นไม่ถูกต้องสมบูรณ์ให้บริษัทแจ้งแก่ผู้ยื่นคำร้องภายใน 7 วัน

                                ในกรณีที่หุ้นของบริษัทได้รับการจดทะเบียนเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยแล้ว การโอนหุ้นของบริษัทให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ด้วย

                ข้อ 18.     ในกรณีที่ผู้รับโอนหุ้นประสงค์จะให้บริษัทออกใบหุ้นใหม่ในนามของตน ให้ร้องขอต่อบริษัทโดยทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อของผู้รับโอนหุ้นและมีพยาน 1 คนเป็นอย่างน้อยลงลายมือชื่อรับรองลายมือชื่อนั้น พร้อมทั้งเวนคืนใบหุ้นเดิมหรือหลักฐานอื่นตามที่บริษัทกำหนดให้แก่บริษัท ในการนี้หากบริษัทเห็นว่าการโอนหุ้นนั้นถูกต้องตามกฎหมายแล้ว ให้บริษัทลงทะเบียนการโอนหุ้นภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำร้องขอ และให้บริษัทออกใบหุ้นให้ใหม่ภายใน 1 เดือนนับแต่วันที่ได้รับคำร้องขอนั้น

                ข้อ 19.     บริษัทอาจปิดงดรับลงทะเบียนการโอนหุ้นในระหว่าง 21 วันก่อนวันประชุมผู้ถือหุ้นแต่ละครั้งก็ได้ โดยประกาศให้ผู้ถือหุ้นทราบล่วงหน้า ณ สำนักงานใหญ่และสำนักงานสาขาของบริษัททุกแห่งไม่น้อยกว่า 14 วันก่อนวันปิดงดรับลงทะเบียนการโอนหุ้น

หมวดที่ 4

คณะกรรมการ

ข้อ 20.     บริษัทมีคณะกรรมการคณะหนึ่งเพื่อดำเนินกิจการบริษัท โดยคณะกรรมการของบริษัทประกอบด้วยกรรมการอย่างน้อย 5 คน และกรรมการไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดนั้นต้องมีถิ่นที่อยู่ในราชอาราจักร และกรรมการของบริษัทจะต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนด แต่ทั้งนี้ ผู้เป็นกรรมการของบริษัทไม่จำเป็นจะต้องเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัท

                คณะกรรมการเป็นผู้รับผิดชอบจัดการกิจการทั้งหลายทั้งปวงของบริษัท และมีอำนาจหน้าที่ดำเนินการภายในขอบเขตกฎหมาย วัตถุประสงค์และข้อบังคับของบริษัท และตามมติที่ของประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้น

ข้อ 21.     การเลือกตั้งกรรมการของบริษัทให้กระทำโดยที่ประชุมผู้ถือหุ้น ทั้งนี้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการดังต่อไปนี้

                (1)           ผู้ถือหุ้นคนหนึ่งมีคะแนนเสียง 1 เสียงต่อหุ้น 1 หุ้นที่ตนถืออยู่

                (2)           ในการเลือกตั้งกรรมการ อาจใช้วิธีออกเสียงลงคะแนนเลือกกรรมการเป็นรายบุคคล คราวละคนหรือด้วยวิธีการอื่นใดก็ได้ ตามแต่ที่ประชุมผู้ถือหุ้นจะเห็นสมควร แต่ในการลงมติแต่ละครั้งผู้ถือหุ้นต้องออกเสียงด้วยคะแนนที่มีตาม (1) ทั้งหมด แต่จะแบ่งคะแนนเสียงให้แก่ผู้ใดมากน้อยเพียงใดไม่ได้

                (3)           บุคคลซึ่งได้รับคะแนนเสียงสูงสุดตามลำดับลงมาเป็นผู้ได้รับการเลือกตั้งเป็นกรรมการเท่าจำนวนกรรมการที่จะพึงมีหรือจะพึงเลือกตั้งในครั้งนั้น ในกรณีที่บุคคลซึ่งได้รับการเลือกตั้งในลำดับถัดลงมามีคะแนนเสียงเท่ากันเกินจำนวนกรรมการที่จะพึงมีหรือจะพึงเลือกตั้งในครั้งนั้นให้ผู้เป็นประธานที่ประชุมเป็นผู้ออกเสียงชี้ขาด

ข้อ 22.     ในการประชุมสามัญประจำปีทุกครั้ง ให้กรรมการออกจากตำแหน่ง 1 ใน 3 ของจำนวนกรรมการที่มีอยู่ทั้งหมดถ้าจำนวนกรรมการที่แบ่งออกให้ตรงเป็น 3 ส่วนไม่ได้ ก็ให้ออกโดยจำนวนใกล้ที่สุดกับส่วน 1 ใน 3

                กรรมการที่จะต้องออกจากตำแหน่งในปีแรกและปีที่สองภายหลังจดทะเบียนบริษัทนั้นให้ใช้วิธีจับสลากกันว่าผู้ใดจะออก ส่วนปีหลังๆ ต่อไปให้กรรมการคนที่อยู่ในตำแหน่งนานที่สุดนั้นเป็นผู้ออกจากตำแหน่ง กรรมการที่ออกตามวาระนั้นได้รับเลือกตั้งใหม่ก็ได้

ข้อ 23.     กรรมการมีสิทธิได้รับค่าตอบแทนจากบริษัทในรูปของเงินรางวัล เบี้ยประชุม บำเหน็จ โบนัส หรือผลประโยชน์ตอบแทนในลักษณะอื่น ตามที่ที่ประชุมผู้ถือหุ้นจะอนุมัติ ซึ่งอาจกำหนดเป็นจำนวนแน่นอนหรือวางเป็นหลักเกณฑ์ และจะกำหนดไว้เป็นคราวๆ ไป หรือจะให้มีผลตลอดไปจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงก็ได้ และนอกจากนั้นให้ได้รับเบี้ยเลี้ยง และสวัสดิการต่างๆ ตามระเบียบของบริษัท

                ความในวรรคหนึ่งไม่กระทบกระเทือนสิทธิของพนักงานหรือลูกจ้างของบริษัท ซึ่งได้รับเลือกตั้งเป็นกรรมการในอันที่จะได้รับค่าตอบแทนและผลประโยชน์ในฐานะที่เป็นพนักงานหรือลูกจ้างของบริษัท

ข้อ 24.     นอกจากพ้นจากตำแหน่งวาระแล้ว กรรมการพ้นจากตำแหน่งเมื่อ

                (1)           ตาย

                (2)           ลาออก

                (3)           ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามด้วยกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจำกัด

                (4)           ที่ประชุมผู้ถือหุ้นลงมติให้ออก

                (5)           ศาลมีคำสั่งให้ออกจากตำแหน่ง

ข้อ 25.     กรรมการคนใดลาจะลาออกจากตำแหน่ง ให้ยื่นใบลาออกต่อบริษัท การลาออกมีผลนับแต่วันที่ใบลาไปถึงบริษัท

                กรรมการซึ่งลาออกตามวรรคหนึ่ง จะแจ้งการลาออกของตนให้นายทะเบียนทราบด้วยก็ได้

ข้อ 26.     ในกรณีที่ตำแหน่งกรรมการว่างลงเพราะเหตุอื่น นอกจากถึงคราวออกตามวาระให้คณะกรรมการเลือกบุคคลคนหนึ่งซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจำกัดเข้าเป็นกรรมการแทน ในการประชุมคณะกรรมการคราวถัดไป เว้นแต่วาระของกรรมการจะเหลือน้อยกว่า 2 เดือน โดยบุคคลซึ่งเข้าเป็นกรรมการแทนดังกล่าวจะอยู่ในตำแหน่งกรรมการได้เพียงเท่าวาระที่ยังเหลืออยู่ของกรรมการที่ตนแทน

                มติของคณะกรรมการตามวรรคหนึ่งต้องประกอบด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนกรรมการที่ยังเหลืออยู่

ข้อ 27.     ที่ประชุมผู้ถือหุ้นอาจลงมติให้กรรมการคนใดออกจากตำแหน่งก่อนถึงคราวออกตามวาระได้ด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนผู้ถือหุ้นซึ่งมาประชุมและมีสิทธิออกเสียง และมีหุ้นนับรวมกันได้ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนหุ้นที่ถือโดยผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียง

ข้อ 28.     ให้คณะกรรมการเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานกรรมการ และเลือกกรรมการอีกคนหนึ่งเป็นกรรมการผู้จัดการ

                ในกรณีที่คณะกรรมการการพิจารณาเห็นสมควรจะเลือกกรรมการคนหนึ่งหรือหลายคนเป็นรองประธานกรรมการก็ได้ รองประธานกรรมการมีหน้าที่ตามข้อบังคับในกิจการซึ่งประธานกรรมการมอบหมาย

ข้อ 29.     ในการประชุมคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดจึงจะครบเป็นองค์ประชุม

                ให้ประธานกรรมการเป็นประธานที่ประชุมคณะกรรมการในกรณีที่ประธานกรรมการไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ถ้ามีรองประธานกรรมการ ให้รองประธานกรรมการเป็นประธาน ถ้าไม่มีรองประธานกรรมการหรือมีแต่ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการซึ่งมาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม

                การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมคณะกรรมการให้ถือเสียงข้างมากของจำนวนกรรมการที่เข้าร่วมประชุม โดยกรรมการ 1 คน มีเสียง 1 เสียงในการลงคะแนน เว้นแต่กรรมการซึ่งมีส่วนได้เสียเป็นส่วนตัวในเรื่องใดไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนในเรื่องนั้น ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียง 1 เป็นเสียงชี้ขาด

ข้อ 30.     คณะกรรมการของบริษัทต้องประชุมอย่างน้อย 3 เดือนต่อครั้ง ณ ท้องที่อันเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของบริษัท หรือจังหวัดใกล้เคียง หรือ ณ ที่อื่นใดตามที่ประธานกรรมการหรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากประธานกรรมการจะกำหนด

                ในการเรียกประชุมคณะกรรมการ ให้ประธานกรรมการหรือรองประธานกรรมการ หรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากประธานกรรมการการส่งหนังสือนัดประชุมไปยังกรรมการไม่น้อยกว่า 7 วันก่อนวันประชุม เว้นแต่ในกรณีจำเป็นรีบด่วนเพื่อรักษาสิทธิหรือประโยชน์ของบริษัทจะแจ้งการนัดประชุมโดยวิธีอื่นและกำหนดวันประชุมให้เร็วกว่านั้นก็ได้ โดยให้ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ หรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากประธานกรรมการเป็นผู้กำหนดวัน เวลา และสถานที่ในการประชุมคณะกรรมการ

                ในกรณีที่มีกรรมการตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปร้องขอให้เรียกประชุมคณะกรรมการ ให้ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการหรือกรรมการที่ได้รับมอบหมายจากประธานกรรมการกำหนดวันประชุมภายใน 14 วันนับแต่วันที่ได้รับการร้องขอ

ข้อ 31.     ห้ามมิให้กรรมการประกอบกิจการ หรือเข้าเป็นหุ้นส่วนไม่ว่าในห้างหุ้นส่วนสามัญ หรือเป็นหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดในห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือเข้าเป็นผู้ถือหุ้นหรือกรรมการในนิติบุคคลอื่นที่มีสภาพอย่างเดียวกัน และเป็นการแข่งขันกับกิจการของบริษัท เว้นแต่จะแจ้งให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นทราบก่อนที่จะมีมติแต่งตั้ง

ข้อ 32.     กรรมการต้องแจ้งให้บริษัททราบโดยมิชักช้า หากมีส่วนได้ส่วนเสียในสัญญาใดๆ ที่ทำกับบริษัทขึ้นไม่ว่าโดยตรง หรือโดยอ้อม หรือถือหุ้นหรือหุ้นกู้ในบริษัท หรือบริษัทในเครือไม่ว่าเพิ่มขึ้นหรือลดลง

ข้อ 33.     ถ้าคณะกรรมการเห็นสมควรก็อาจกำหนดให้มีคณะกรรมการบริหารคณะหนึ่ง โดยมีจำนวนตามที่คณะกรรมการกำหนด เพื่อปฏิบัติงานตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัท และให้คณะกรรมการตั้งกรรมการบริหารคนหนึ่งเป็นประธานกรรมการบริหาร กรรมการบริหารมีสิทธิได้รับค่าตอบแทนและบำเหน็จตามที่ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทกำหนด โดยไม่กระทบกระเทือนถึงสิทธิของกรรมการบริหารในอันที่จะได้รับค่าตอบแทนและผลประโยชน์อย่างอื่นในฐานะที่เป็นกรรมการหรือพนักงานของบริษัท

ข้อ 34.     คณะกรรมการอาจมอบหมายให้บุคคลหนึ่งหรือหลายคนปฏิบัติงานอย่างหนึ่งอย่างใดหรือให้ดำเนินกิจการของบริษัทภายใต้การควบคุมของคณะกรรมการ หรืออาจมอบอำนาจเพื่อให้บุคคลหรือคณะบุคคลดังกล่าวมีอำนาจตามที่คณะกรรมการเห็นสมควรและภายในเวลาที่คณะกรรมการเห็นสมควร และคณะกรรมการอาจยกเลิกเพิกถอน เปลี่ยนแปลง หรือ แก้ไขอำนาจนั้นๆได้

ข้อ 35.     ให้กรรมการ 2 ท่านลงลายมือชื่อร่วมกันและประทับตราสำคัญของบริษัท จึงจะมีผลผูกพันบริษัท

                ภายใต้ข้อกำหนดวรรคแรก คณะกรรมการมีอำนาจกำหนดและแก้ไข้เปลี่ยนแปลงชื่อกรรมการผู้ซึ่งมีอำนาจลงชื่อผูกพันบริษัท

                        

หมวดที่ 5

การประชุมผู้ถือหุ้น

ข้อ 36.     คณะกรรมการต้องจัดให้มีการประชุมผู้ถือหุ้นเป็นการประชุมสามัญประจำปีภายใน 4 เดือนนับแต่วันสิ้นสุดของรอบปีบัญชีของบริษัท

                การประชุมผู้ถือหุ้นคราวอื่นนอกจากวรรคหนึ่งที่กล่าวมาแล้ว ให้เรียกการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น

                คณะกรรมการจะเรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นเมื่อใดก็ได้สุดแต่จะเห็นสมควร หรือผู้ถือหุ้นคนหนึ่งหรือหลายคนซึ่งมีจำนวนหุ้นนับรวมกันได้ไม่น้อยกว่าร้อยละสิบ (10) ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้ทั้งหมด จะเข้าชื่อกันทำหนังสือร้องขอให้คณะกรรมการเรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นเมื่อใดก็ได้ แต่ต้องระบุเรื่องและเหตุผลในการที่ขอให้เรียกประชุมไว้ให้ชัดเจนในหนังสือดังกล่าวด้วย ในกรณีเช่นนี้ให้คณะกรรมการจัดประชุมผู้ถือหุ้นภายในสี่สิบห้า (45) วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือจากผู้ถือหุ้น

                ในกรณีที่คณะกรรมการไม่จัดให้มีการประชุมภายในกำหนดระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง ผู้ถือหุ้นทั้งหลายซึ่งเข้าชื่อกันหรือผู้ถือหุ้นคนอื่นๆ รวมกันได้จำนวนหุ้นตามที่บังคับไว้นั้นจะเรียกประชุมเองก็ได้ภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันครบกำหนดระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง ในกรณีเช่นนี้ ให้ถือว่าเป็นการประชุมผู้ถือหุ้นที่คณะกรรมการเรียกประชุม โดยบริษัทต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายอันจำเป็นที่เกิดจากการจัดให้มีการประชุมและอำนวยความสะดวกตามสมควร

                ในกรณีที่ปรากฏว่าการประชุมผู้ถือหุ้นที่เป็นการเรียกประชุมเพราะผู้ถือหุ้นตามวรรคสองครั้งใดจำนวนผู้ถือหุ้นซึ่งมาร่วมประชุมไม่ครบเป็นองค์ประชุมตามที่กำหนดไว้ในข้อ 39 ผู้ถือหุ้นตามวรรคสองต้องร่วมกันรับผิดชอบชดใช้ค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการจัดให้มีการประชุมในครั้งนั้นให้แก่บริษัท

ข้อ 37.     ในการเรียกประชุมผู้ถือหุ้น ให้คณะกรรมการจัดทำเป็นหนังสือนัดประชุม ระบุสถานที่ วัน เวลา ระเบียบวาระการประชุมและเรื่องที่จะเสนอต่อที่ประชุม พร้อมด้วยรายละเอียดตามสมควรโดยระบุว่าเป็นเรื่องที่จะเสนอเพื่อทราบ เพื่ออนุมัติหรือเพื่อพิจารณาแล้วแต่กรณี รวมทั้งความเห็นของคณะกรรมการในเรื่องดังกล่าว (ถ้ามี) และจัดส่งให้ผู้ถือหุ้นและนายทะเบียนทราบไม่น้อยกว่า 7 วันก่อนวันประชุม และโฆษณาคำบอกกล่าวนัดประชุมในหนังสือพิมพ์ติดต่อกัน 3 วันก่อนวันประชุมไม่น้อยกว่า 3 วัน

ให้คณะกรรมการหรือกรรมการที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้กำหนดวัน เวลา และสถานที่ที่ประชุมผู้ถือหุ้น ซึ่งสถานที่ที่จะใช้เป็นที่ประชุมผู้ถือหุ้นนั้นต้องอยู่ในท้องที่อันเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ หรือสำนักงานสาขา หรือจังหวัดใกล้เคียงกับที่ตั้งของสำนักงานใหญ่และสำนักงานสาขา หรือจังหวัดอื่นหรือสถานที่อื่น ตามที่คณะกรรมการเห็นว่าเหมาะสม

ข้อ 38.     ในการประชุมผู้ถือหุ้น ผู้ถือหุ้นมีสิทธิเข้าประชุมและออกเสียงลงคะแนนในการประชุมผู้ถือหุ้น แต่ผู้ถือหุ้นอาจมอบฉันทะให้บุคคลซึ่งบรรลุนิติภาวะแล้วเข้าประชุมและออกเสียงแทนตนในการประชุมก็ได้ ทั้งนี้การมอบฉันทะต้องทำเป็นหนังสือมอบฉันทะโดยต้องลงวันที่และลายมือชื่อของผู้ถือหุ้นที่มอบฉันทะและผู้รับมอบฉันทะ และจะต้องเป็นไปตามแบบที่นายทะเบียนกำหนด

หนังสือมอบฉันทะนี้จะต้องมอบให้แก่ประธานกรรมการหรือผู้ที่ประธานกำหนด ณ สถานที่ที่ประชุมก่อนผู้รับมอบฉันทะเข้าประชุม

ข้อ 39.     ในการประชุมผู้ถือหุ้น ต้องมีผู้ถือหุ้นและผู้รับมอบฉันทะจากผู้ถือหุ้น (ถ้ามี) มาประชุมไม่น้อยกว่า 25 คน และต้องมีหุ้นนับรวมกันได้ไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้ทั้งหมดหรือมีผู้ถือหุ้นและผู้รับมอบฉันทะจากผู้ถือหุ้นมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนผู้ถือหุ้นทั้งหมดและต้องมีหุ้นนับรวมกันได้ไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้ทั้งหมด จึงจะครบเป็นองค์ประชุม

                                ในกรณีที่ปรากฏว่าการประชุมผู้ถือหุ้นครั้งใด เมื่อล่วงเวลานัดไปแล้วถึง 1 ชั่วโมง จำนวนผู้ถือหุ้นซึ่งมาเข้าร่วมประชุมไม่ครบองค์ประชุมตามที่กำหนดไว้ หากว่าการประชุมผู้ถือหุ้นได้เรียกนัดเพราะผู้ถือหุ้นร้องขอ การประชุมเป็นอันระงับไป ถ้าการประชุมผู้ถือหุ้นนั้นมิใช่การเรียกประชุมเพราะผู้ถือหุ้นร้องขอ ให้นัดประชุมใหม่ และให้ส่งหนังสือนัดประชุมไปยังผู้ถือหุ้นไม่น้อยกว่า 7 วันก่อนวันประชุม ในการประชุมครั้งหลังนี้ไม่บังคับว่าจะต้องครบองค์ประชุม

ข้อ 40.     ในการประชุมผู้ถือหุ้น ให้ประธานกรรมการนั่งเป็นประธานที่ประชุม  ในกรณีที่ประธานกรรมการไม่อยู่ในที่ประชุม หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ถ้ามีรองประธานกรรมการให้รองประธานกรรมการเป็นประธาน ถ้าไม่มีรองประธานกรรมการ หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ผู้ถือหุ้นซึ่งมาประชุมเลือกตั้งผู้ถือหุ้นคนหนึ่งซึ่งได้เข้าร่วมประชุมเป็นประธานที่ประชุม

ข้อ 41.     ประธานในที่ประชุมผู้ถือหุ้นมีหน้าที่ควบคุมการประชุม ให้เป็นไปตามกฎหมายและข้อบังคับของบริษัทว่าด้วยการประชุม ในการนี้ต้องดำเนินการประชุมให้เป็นไปตามลำดับระเบียบวาระที่กำหนดไว้ในหนังสือนัดประชุม เว้นแต่ที่ประชุมจะมีมติให้เปลี่ยนลำดับระเบียบวาระด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของจำนวนผู้ถือหุ้นซึ่งมาประชุม

ข้อ 42.     ในการออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุมผู้ถือหุ้น ให้หุ้น 1 หุ้นมีเสียง 1 เสียง ทั้งนี้ผู้ถือหุ้นคนใดมีส่วนได้เสียเป็นพิเศษในเรื่องใดซึ่งที่ประชุมจะได้ลงมติ ผู้ถือหุ้นคนนั้นไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนด้วยในเรื่องนั้น นอกจากการออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งกรรมการ

                                มติของที่ประชุมผู้ถือหุ้นนั้นให้ประกอบด้วยคะแนนเสียงดังต่อไปนี้

                                (1)           ในกรณีปกติ ให้ถือคะแนนเสียงข้างมากของผู้ถือหุ้นซึ่งมาประชุมและออกเสียงลงคะแนน ถ้ามีคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

                                (2)           ในกรณีดังต่อไปนี้ ให้ถือคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้น ซึ่ง         

มาประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน

                                                (ก) การขายหรือโอนกิจการของบริษัททั้งหมดหรือบางส่วนที่สำคัญให้แก่บุคคลอื่น

​                                                (ข) การซื้อหรือรับโอนกิจการของบริษัทอื่นหรือบริษัทเอกชนมาเป็นของบริษัท

​                                                (ค) การทำ แก้ไข หรือเลิกสัญญาเกี่ยวกับการให้เช่ากิจการของบริษัททั้งหมดหรือบางส่วนที่สำคัญ

​                                                (ง) การมอบหมายให้บุคคลอื่นเข้าจัดการธุรกิจของบริษัท

​                                                (จ) การรวมกิจการกับบุคคลอื่นโดยมีวัตถุประสงค์จะแบ่งกำไรขาดทุนกัน

​                                                (ฉ) การแก้ไขเพิ่มเติมหนังสือบริคณห์สนธิหรือข้อบังคับ

​                                                (ช) การเพิ่มหรือลดทุนของบริษัทหรือการออกหุ้นกู้

​                                                (ซ) การควบหรือเลิกบริษัท

ข้อ 43.     กิจการอันที่ประชุมสามัญประจำปีพึงกระทำมีดังนี้

                                (1)           พิจารณารับทราบรายงานของคณะกรรมการที่เสนอต่อที่ประชุมแสดงถึงผลการดำเนินการของบริษัทในรอบปีที่ผ่านมา

                                (2)           พิจารณาและอนุมัติงบดุลและบัญชีกำไรขาดทุนของบริษัท

                                (3)           พิจารณาจัดสรรเงินกำไร และการจ่ายเงินปันผล

                                (4)           พิจารณาเลือกตั้งกรรมการแทนกรรมการที่ออกตามวาระ

                                (5)           พิจารณาแต่งตั้งผู้สอบบัญชีและกำหนดค่าตอบแทน

                                (6)           กิจการอื่นๆ

หมวดที่ 6

การเข้าทำรายการที่เกี่ยวโยงกัน หรือการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ของบริษัท

                ข้อ 44.     ในกรณีที่บริษัทหรือบริษัทย่อยตกลงเข้าทำรายการที่เกี่ยวโยงกัน หรือรายการเกี่ยวกับการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ของบริษัทหรือบริษัทย่อยตามความหมายที่กำหนดตามประกาศตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่ใช้บังคับกับการทำรายการที่เกี่ยวโยงกันของบริษัทจดทะเบียน หรือการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียน แล้วแต่กรณี ให้บริษัทปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และวิธีการตามที่ประกาศดังกล่าวกำหนดไว้ในเรื่องนั้นๆ ด้วย

                                ข้อบังคับในข้อนี้ ให้ใช้บังคับตราบเท่าที่บริษัทมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

หมวดที่ 7

การเพิ่มทุน และการลดทุน

                ข้อ 45.     บริษัทอาจเพิ่มทุนของบริษัทด้วยการออกหุ้นใหม่ โดยมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนในการประชุมดังกล่าว

ข้อ 46.     บริษัทอาจเสนอขายหุ้นเพิ่มขึ้นโดยการออกหุ้นใหม่ทั้งหมดหรือบางส่วนได้ และอาจเสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นตามส่วนจำนวนที่ผู้ถือหุ้นแต่ละคนมีอยู่ก่อนแล้ว หรือเสนอขายหุ้นต่อประชาชนหรือบุคคลอื่น ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนก็ได้ ทั้งนี้โดยเป็นไปตามมติของที่ประชุมผู้ถือหุ้น

                                การเสนอขายหุ้นต่อประชาชนหรือบุคคลใดๆ ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

                ข้อ 47.     บริษัทอาจลดทุนของบริษัทจากจำนวนที่จดทะเบียนไว้ได้ด้วยการลดมูลค่าหุ้นแต่ละหุ้นให้ต่ำลง หรือลดจำนวนหุ้นให้น้อยลง โดยมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียงในการประชุมดังกล่าว

                ข้อ 48.     เมื่อบริษัทประสงค์จะลดทุนต้องมีหนังสือแจ้งมติการลดทุนไปยังเจ้าหนี้ของบริษัทให้ทราบภายใน 14 วัน นับแต่วันที่ที่ประชุมผู้ถือหุ้นลงมติโดยกำหนดเวลาให้ส่งคำคัดค้านภายในกำหนด 2 เดือน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งมตินั้น และให้โฆษณามติดังกล่าวในหนังสือพิมพ์ภายในกำหนดเวลา 14 วันดังกล่าวด้วย ถ้ามีการคัดค้าน บริษัทจะลดทุนมิได้จนกว่าจะได้ชำระหนี้หรือให้ประกันเพื่อหนี้นั้นแล้ว

หมวดที่ 8

เงินปันผล และเงินสำรอง

                ข้อ 49.     ห้ามมิให้ประกาศจ่ายเงินปันผล นอกจากโดยมติของที่ประชุมผู้ถือหุ้น หรือมติของคณะกรรมการในกรณีที่มีการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล

                                การจ่ายเงินปันผลให้แจ้งเป็นหนังสือไปยังผู้ถือหุ้นและโฆษณาคำบอกกล่าวการจ่ายเงินปันผลนั้นทางหนังสือพิมพ์แห่งท้องที่ฉบับหนึ่ง และจัดให้มีการจ่ายเงินปันผลดังกล่าวภายใน 1 (หนึ่ง) เดือน นับแต่มีมติเช่นว่านั้น

                ข้อ 50.     คณะกรรมการอาจจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลให้แก่ผู้ถือหุ้นเป็นครั้งคราวได้เมื่อปรากฏแก่กรรมการว่าบริษัทมีกำไรพอสมควรที่จะกระทำเช่นนั้นได้ และเมื่อได้จ่ายเงินปันผลแล้วให้รายงานให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นทราบในการประชุมคราวต่อไป

                ข้อ 51.     เงินปันผลนั้นให้แบ่งตามจำนวนหุ้น หุ้นละเท่าๆกัน เว้นแต่จะได้มีกำหนดไว้เป็นอย่างอื่นสำหรับหุ้นบุริมสิทธิ

การจ่ายเงินปันผลจากเงินประเภทอื่นนอกจากเงินกำไรจะกระทำมิได้ และในกรณีที่บริษัทยังมียอดขาดทุนสะสมอยู่ ห้ามมิให้จ่ายเงินปันผล

                                ภายใต้วรรคดังกล่าวข้างต้น ในกรณีที่บริษัทยังจำหน่ายหุ้นไม่ครบตามจำนวนที่จดทะเบียนไว้หรือบริษัทได้จดทะเบียนเพิ่มทุนแล้ว บริษัทจะจ่ายเงินปันผลทั้งหมดหรือบางส่วนโดยออกเป็นหุ้นสามัญใหม่ให้แก่ผู้ถือหุ้นโดยได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นก็ได้

                ข้อ 52.     บริษัทต้องจัดสรรกำไรสุทธิประจำปีส่วนหนึ่งไว้เป็นทุนสำรองไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 (ห้า) ของกำไรสุทธิประจำปีหักด้วยยอดเงินขาดทุนสะสมยกมา (ถ้ามี) จนกว่าทุนสำรองนี้จะมีจำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 (สิบ) ของทุนจดทะเบียน

                                นอกจากทุนสำรองดังกล่าว คณะกรรมการอาจเสนอให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นลงมติให้จัดสรรเงินทุนสำรองอื่น ตามที่เห็นว่าจะเป็นประโยชน์ในการดำเนินการของบริษัทด้วยก็ได้

หมวดที่ 9

หุ้นกู้

                ข้อ 53.     การกู้เงินของบริษัทโดยการออกหุ้นกู้เพื่อเสนอขายต่อประชาชน ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

                                มติในการอนุมัติออกหุ้นกู้ตามวรรคหนึ่งต้องเป็นมติของที่ประชุมผู้ถือหุ้น ด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นซึ่งมาประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน

หมวดที่ 10

การบัญชี การเงิน และการสอบบัญชี

                ข้อ 54.     รอบปีบัญชีของบริษัท เริ่มต้นในวันที่ 1 มกราคม และสิ้นสุดลงวันที่ 31 ธันวาคม ของทุกๆปี

                ข้อ 55.     บริษัทต้องจัดให้มีการทำและเก็บรักษาบัญชี ตลอดจนการสอบบัญชี ตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น และต้องจัดทำงบดุลและบัญชีกำไรขาดทุน อย่างน้อยครั้งหนึ่งในรอบ 12 เดือนตามรอบระยะบัญชีของบริษัท

                ข้อ 56.     คณะกรรมการต้องจัดให้มีการทำงบดุลและบัญชีกำไรขาดทุน ณ วันสิ้นสุดของรอบปีบัญชีของบริษัทเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้น ในการประชุมสามัญประจำปีเพื่อพิจารณาอนุมัติ งบดุลและบัญชีกำไรขาดทุนนี้ คณะกรรมการต้องจัดให้ผู้สอบบัญชีตรวจสอบให้เสร็จก่อนนำเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้น

                ข้อ 57.     คณะกรรมการต้องจัดส่งเอกสารดังต่อไปนี้ให้ผู้ถือหุ้นพร้อมกับหนังสือนัดประชุมสามัญประจำปี

                                (1)           สำเนางบดุลและบัญชีกำไรขาดทุนที่ผู้สอบบัญชีตรวจสอบแล้ว พร้อมกับรายงานการตรวจสอบบัญชีของผู้สอบบัญชี

                                (2)           รายงานประจำปีของคณะกรรมการ

                ข้อ 58.     ผู้สอบบัญชีมีหน้าที่เข้าร่วมประชุมในการประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัททุกครั้งที่มีการพิจารณางบดุลและบัญชีกำไรขาดทุนของบริษัท พร้อมทั้งปัญหาเกี่ยวกับบัญชีของบริษัทเพื่อชี้แจงการตรวจสอบบัญชีต่อผู้ถือหุ้น บริษัทต้องจัดส่งรายงานและเอกสารของบริษัทที่ผู้ถือหุ้นจะพึงได้รับในการประชุมผู้ถือหุ้นครั้งนั้นแก่ผู้สอบบัญชีด้วย

                                ผู้สอบบัญชีต้องไม่เป็นกรรมการ พนักงาน ลูกจ้าง หรือผู้ดำรงตำแหน่งหน้าที่ใดๆ ของบริษัท

                ข้อ 59.     ผู้สอบบัญชีมีอำนาจเข้าตรวจสอบสมุด และบัญชีและหลักฐานอื่นใดเกี่ยวกับรายได้ รายจ่าย ตลอดจนทรัพย์สินและหนี้สินของบริษัทในเวลาทำการของบริษัทและมีสิทธิที่จะเรียกให้กรรมการ พนักงานและลูกจ้างของบริษัทให้ข้อความและคำชี้แจงอย่างใดๆ ตามที่จำเป็นสำหรับการปฏิบัติหน้าที่ของผู้สอบบัญชี

                                ผู้สอบบัญชีต้องทำรายงานเกี่ยวกับงบดุลและบัญชีกำไรขาดทุนตามกฎหมายว่าด้วยการสอบบัญชีเพื่อเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นสามัญประจำปีและต้องแถลงในรายงานเช่นว่านั้นด้วยว่างบดุลนั้นได้จัดทำขึ้นโดยถูกต้องและแสดงถึงกิจการที่แท้จริงและถูกต้องของบริษัทหรือไม่

หมวดที่ 11

บทเพิ่มเติม

                ข้อ 60.     ตราประทับของบริษัทเป็นดังนี้